| War of the Worlds อภิมหาสงครามล้างโลก
  Gene : Scifi , Drama , Thriller ----------
| ตอนที่โพสต์นี้ หนังเข้าโรงอยู่ครับ ยังไม่ได้ดูเลย ให้ดาวรอไว้ก่อน
    
---Titonic, , 12/07/2005 ---
เรื่องนี้เหมือนไม่ใช่ Steven Spielberg เป็นผู้กำกับเลยครับ
หนังดูสนุกแค่ช่วงแรกๆ เท่านั้น หลังจากนั้นเหลือแต่ความน่าเบื่อ คิดในใจว่าเมื่อไรมันจะจบ เสียดายครับ น่าจะทำได้ดีกว่านี้
    
---ningi, , 17/11/2005 ---
หนังหลุดฟอร์มสปีลเบิร์กไปเยอะ ส่วนที่ดีที่สุดก็คือสเปเชียลเอฟเฟร็ค ตัวหนังก็พอดูได้ คาดหวังไว้เยอะกับหนังเรื่องนี้แต่น่าจะทำให้ดีกว่านี้จะแจ่มมากๆ
    
---ขำขำ, มาสายอีกแระ, 18/11/2005 ---
ที่โหวตให้ก็เพราะ มีDTS นะ กับเทคนิคสุดยอด เนื้อเรื่องห่วยแตก!!..ตอนเข้าเรื่องดูน่าสนใจ สุดท้ายจบแบบดื่อๆไม่เกี่ยวกับแรงจูงใจที่คนต้องการจะไปดูเลย (ID4กินขาด) ไม่ใช่เพราะพระเอกไม่เก่งนะ...แต่การต่อสู้กับผู้รุกรานน่าจะสำคุญมากกว่า ไม่งั้นก็ทำหนังชีวิตไปเลย ไม่ต้องเอามนษน์ต่างดาวมาเกี่ยว...น้องหนูดาโกต้า แฟนนิ่ง เล่นดีอยู่คนเดียว!!
    
---john, johndc_2003@hotmail.com, 20/11/2005 ---
ที่โหวตให้ก็เพราะมีDST กับเทคนิคสุดยอดนะครับ เนื้อเรื่องอ่อนไปมาก!!..ตอนเข้าเรื่องดูนะสนใจและน่าติดตาม ที่ไม่ชอบไม่ใช่เพราะพระเอกไม่เก่งนะ!!...แต่น่าจะให้ความสำคุญกับการต่อสู้กับผู้รุกรานมากกว่า ถ้าจะทำหนังชีวิตก็ไม่ต้องเอามนุษย์ต่างดาวมาบุกรุกมาเกี่ยว น้องดาโกต้า แฟนนิ่งเล่นด็อยู่คนเดียว!!
    
---john, johndc_2003@hotmail.com, 20/11/2005 ---
ยังไม่ได้ดูเวอร์ชั่นเก่า รู้เพียงว่าเป็นหนังเกรดบี ซึ่งค่ายแปซิฟิกจะนำออกจำหน่ายเร็ว ๆนี้ ส่วน WOW ฉบับของผู้กำกับ สปิลเบิร์ก ก็อย่างที่ทุกคนรู้(สึก) คือ คาดหวังกับมันไว้มาก แต่พอได้ดู ก็รู้สึกผิดหวังอย่างแรง เพราะมีหลายอย่างที่ค้านกับความรู้สึกคนดูเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะฉากจบ ที่ดูง่ายแสนง่ายไปหน่อย และที่สำคัญครอบครัวพ่อแม่ลูกได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้งในสภาพที่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนมนุษย์ต่างดาวกลับกลายเป็นเพียงเถ้าธุลีไร้น้ำหนักไปโดยปริยาย หนังอาจจะให้ความสำคัญกับการต่อกรกับบรรดามนุษย์ต่างดาวน้อยไปหน่อย แต่กลับมาเน้นความผูกพันธ์ด้านครอบครับจนเกินความพอดีไปเยอะ ในขณะเดียวกันหนังมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องสุดกัมปนาทของสาวดาโดต้า แฟนนิ่งแข่งกับเสียงการไล่ล่าของเครื่องจักรสังหารจากนอกโลกจนบางครั่งกลายเป้นความน่ารำคาญไปเหมือนกัน และที่ดูแย่กว่าหนังก็เห็นจะเป็นบทบาทเดิมๆของพระเอก ทอม ครูส นั่นแหละ ไม่เด่นทั้งภาพ(พจน์)และเสียงเลยจริง ๆ ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่บรรดาผู้สร้างจะเลิกขายหน้าตาของหมอนี่เสียที เสียงก่นของคนที่ดูหนังเรื่องนี้ คงจะมีผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้กำกับสปิลเบิร์กไม่มากก็น้อยนั่นแหละน่า
    
---จารชน, , 21/11/2005 ---
ต้องยอมรับจริงๆ ว่าผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่คงจะต้องเก็บหนังเรื่องนี้ไว้เป็นคอลเลคชั่นของผู้กำกับคนนี้ (ด้วยความจำใจ)
ส่วนตัวยังงงอยู่เหมือนกัน?? ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาคนนี้?? เป็นไปไม่ได้มั้งที่เค๊าจะไม่ได้มานั่งดูหนังเรื่องนี้หลังจากตัดต่อเสร็จ?? หรือว่าตอนนั้นเค๊ามีปัญหาส่วนตัวพอดี?? (เลยไม่ได้มีสมาธิ) หรือไปเชื่อลมปากใครเข้า?? มันเยี่ยมมากเลยสตีเฟ่น
นายเกิดมาเพื่อสิ่งนี้
เอาเป็นว่างานนี้เสียความตั้งใจทั้งคนเขียนหนังสือ ทั้งคนดูหนัง ความตั้งใจที่ว่า ที่ว่า .. อืมมม เอาไว้ผมไปดูเรื่องนี้อีกซักรอบแล้วมาเขียนใหม่ดีกว่า (ต้องดูอีกเหรอนี่?? .. คุณพระช่วยกล้วยทอด)
---Alongkorn, alongkor@eml.co.th, 21/11/2005 ---
ไม่ควรค่าแก่การสะสมเป็นดีวีดีเลยครับเพราะดูแล้วผิกหวังมาก ไม่สนุกสนานหรือตื่นเต้นเลยสำหรับเรื่องนี้ สปีลเบิร์ก ทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานเอามากๆ แทบไม่มีชั้นเชิงหรือความประทับใจอะไรเลยในตัวหนังเรื่องนี้ ยิ่งโดยเฉพาะตอนจบเอาแบบจบกันมันซะง่ายๆอย่างนั้น
---ฟำแรลลี่, , 21/11/2005 ---
คนพากษ์ให้เสียงไทยเป็นเสียงพระเอก ใตรครับไม่ดีเลย ผิดหวังมาก subtitle ที่เป็น font ไทยก็ตัวเล็ก ผิดหวังมากครับ
---j, , 22/11/2005 ---
ผมว่าหนังดูสนุกใช้ได้ทีเดียวเลยครับ...พี่ TOM แสดงเป็นพ่อที่ไม่รับผิดชอบได้ดีจริง ๆ อีกอย่างหนังเรื่องนี้ทดสอบเสียง Sub (เสียงต่ำ) ได้ชนิดบ้านสะเทือนเลย คับ
    
---tuk, , 27/11/2005 ---
ผมก็เหมือนทุกคนที่ได้เข้าไปดูหนังเรื่องนี้ รุ้สึกว่าพ่อมดแห่งวงการภาพยนตรื สปีลเบิร์ก ไว้มากพอสมควร เพราะการทำภาพยนตร์ตัวอย่าง การลงทุน การโฆษณา ต่างๆ ทำให้พวกผมหลงไปดู คิดแล้วเสียทั้งเนและเวลา ที่ต้องอดทนดูว่ามันจะจบลงยังไง(วะ) ตอนแรกก็ดีอยู่หรอก พอหลังจาก เอเลียตเริ่มบุกโลก หนังก็เริ่มสนุกขึ้น แต่ก็มาพลาดท่าในการดำเนินเรื่องต่อจากนั้น โดยผู้ชมไม่ได้ถูกดึงเข้าไปร่วมในเหตุการณ์เลย แสดงถึงการหนีตายของมนุษย์ชาติ แล้วก็เริ่มฆ่ากันเอง(ฉากที่ พี่tom เข้าไปฆ่า tim robbin ที่เริ่มสติแตก)เพื่อความอยู่รอดของตนเอง และสุดท้ายเอเลียตก็ตายเพราะเชื่อโรค เฮอะถ้าตัวหนังไม่บอกในตอนท้ยนะ ผมคิดว่าเอเลียตโดน นกจิกและปล่อยขี้นกจนตายไปเลยล่ะมั่ง
    
---paniti345, paniti23@hotmail.com, 02/12/2005 ---
ก็พอดูได้เรื่อยๆครับ ตอนแรกดูจากตัวอย่างก็หวังฉากแอ็คชั่นไว้เยอะ ก็ไม่ถึงกับผิดหวังเสียทีเดียวครับ เพราะมีเสียง DTS มาเสริมทำให้สะใจในการชมอย่างแรง ส่วนเนื้อหาไม่เหมือนกับภาค original ตรงที่ว่าฉบับ Spielberg เน้นไปที่ตัวละคร Tom Cruise ที่ต้องการจะไปหาภรรยาที่ Boston นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรมาก แต่เราก็เห็นการแก่งแย่งชิงดี การเอาตัวรอดของมนุษย์เองในยามคับขัน และแน่นอน ฉากจบที่แบบว่า จบ (ซะงั้น) แต่ดูแล้วก็คิดถึงว่าสิ่งเล็กๆอย่างเชื้อโรคทำให้นึกถึงความมุ่งมั่นและความหวังของตัวละคร Tom Cruise ที่ท้ายที่สุดก็สมหวัง โดยรวมใครอยากได้แผ่นเทสต์เสียงก็เก็บแผ่นนี้ไว้ก็ได้ครับ เสียง DTS สะใจดี แต่ถ้าเนื้อหา แนะนำรอเก็บภาค original ที่คิดว่าน่าจะออกเร็วๆนี้ครับ
    
---Moviegoer, plum1983@hotmail.com, 14/12/2005 ---
รอแผ่นให้ถูกก่อนครับถึงจะได้ดู ถ้าไม่เคยดูเวอร์ฃั่นเก่าก่อนก็คงจะผิดหวังตาม ๆ กันครับ
ในเวอร์ชั่นเก่านี่มีมาแต่สมัยหนังขาวดำ แล้วก็รีเมกใหม่ตอนเป็นสี แล้วหนังเองก็เป็นหนังประเภทคอหนังฮอลลีวูดคุ้นเคยกันดีดูกันบ่อย ๆ มุมมองก็เลยเป็นแบบสงครามเพราะมีฉากต่อสู้กันระหว่างทหารเป็นสำคัญ
มาฉบับนี้เป็นมุมมองใหม่ จะติจะชมก็ต้องโยนไปที่พี่ทอมครับ พี่ท่านเล่นซื้อลิขสิทธ์หนังเก่าแล้วเอามาสร้างใหม่จ้างผู้กำกับดัง (ทำไปแล้วอย่าง มิชชั่นทุกภาค) มากำกับแล้วก็เอาชื่อเป็นจุดขาย มุมมองที่ว่านี้ค่อนข้างส่วนตัวครับ เข้ากันกับยุคสมัยของสังคม ปัญหาถูกมองย่อยลึกมาถึงสถาบันที่ใกล้ตัวคนเราที่สุด
พี่ทอมเองก็แอบแก้แค้นเล็ก ๆ ในหนังอย่างเช่น
1.สมัยเล่นเรนแมน พี่ท่านบ่นว่าโดนพ่อเรียกตำรวจจับเมื่อแอบเอารถคันโปรดไปขับเล่น(ในหนังก็ไว้ขู่ลูกชาย)
2. พี่ทอมมีปัญหากับเจ๊นิโคล เรื่องไม่มีเวลาเอาใจใส่ลูกบุญธรรมและก็เป็นทั้งพ่อและแม่ที่ไม่ได้ความ แต่พี่ทอมก็แสดงตัวตนออกในหนังอย่างชัดเจนว่า "ถึงผมจะไม่ได้ความแค่ไหนแต่ผมก็ไม่มีวันทิ้งลูกไปไหนเด็ดขาด"
3. สมัยพี่ท่านเล่นหนังซีเรียสอย่าง บอร์น ออนเดอะโฟท ออฟจูลาย ก็อยากเป็นทหารรับใช้ชาติไม่กลัวตาย แบบเดียวกับ รอบบิ้น ในหนัง หัวอกพี่ท่านได้แสดงออกว่า แหลกสลายขนาดไหนที่ต้องปล่อยให้ลูกชายไป แบบนี้ไม่ได้เห็นในหนังของ พี่เวอร์ โอลิเวอร์สโตน
ยังมีอีกเยอะครับ อีกยอ่างที่การันตีว่าเป็นฝีมือของ ลุงสปีลเบอร์ก็คือ มุมกล้องที่ใช้ปั้นจั่นถ่ายหมุนมุมได้อิสระแล้วตัดต่อได้แนบเนียนเยี่ยมยอด
แล้วการเปิดฉากสงครามได้น่ากลัวพอ ๆ กับสมัยเอาลูกกระสุนมาปลิวว่อนในหนัง ไรอัน ลุงสปีลเบอร์ สร้างภาพแง่ร้ายความโหดของสงคราม ความดุร้ายของไดโนเสาร์ และการรุกรานไร้สัญญาณบอกของเอเลี่ยน ทำได้งดงามมากครับ
ถ้าจะเทียบกับ ไอดีโฟร์ ก็พอได้ครับ ผมว่า ไอดีโฟร์ กลายเป็นหนังเสียนแบบที่เมาะสำหรับคนต่างประเทศ อย่างเรา ๆ ครับ ที่ใส่ฉากแอคชั่นสุดมันส์ได้อย่างกลมกลืน แทบจะสานต่อ วอร์ ออฟเดอะเวิลด์ ในสมัยใหม่ พี่ทอมถึงได้เปลี่ยนมุมมองมาเป็นแบบใกล้ตัวกว่า ซึ่งสำหรับผมแล้วก็ไม่ค่อยอิ่มกับเนื้อเรื่องเหมือนกัน แต่พี่ท่านก็พยายามเอาโครงหลักของหนังเดิมมาใส่ให้ครบถ้วนได้อย่างกลมกล่อม แต่ในเมื่อมีฝีมือขนาดนี้ก็น่าจะผิดหวังที่ปล่อยฝีมือไปได้ไม่ถึงครึ่งของที่ควรจะเป็นที
สุดท้ายครับ เสียงพากย์ น่าเบื่อมากไม่ขลังพอที่จะเป็นพ่อคน โทนเสียงให้แต่น้ำเสียงเบาหวิวครับ เสียงหนูเกรซแทนหนูดาโกต้าได้ดี กรี๊ดกร๊าดแสบหูครับ น่าจะไปพากย์ได้ตั้งแต่ อัพทาวเกิร์ลเนอะ หนูดาโกต้านี่โชคดียิ่งกว่าใคร ๆ ที่ได้ประกบแต่ดาราใหญ่ดัง ๆ ทั้งนั้น ผมไม่แน่ใจว่า ดาราใหญ่อยากประกบหนูน้อยมากกว่า หรือดาโกต้าอยากประกบกันแน่ครับ
---Mario, ., 16/07/2006 ---
ผมว่าไม่ก็ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ ฉากและเทคนิคทำได้เยี่ยมมาก แต่เนื้อเรื่องอาจจะไม่ค่อยประทับใจมากสักเท่าไหร่ แต่ก็ขอชมผู้กำกับ สตีเว่น สปีลเบิร์ก นะครับ ชอบมากโดยเฉพาะฉากที่ พี่ Tom Cruise ของเราขับรถออกมาจากร้านซ่อมรถน่ะ แล้วพวกเครื่องจักรยิงลำแสงมาโดนสะพานทางยกระดับถล่มลงมาใส่หมู่บ้านน่ะ เหมือนมาก ๆ (เหมือนของจริง) สรุปว่าชอบครับ
---Belle Man, , 26/01/2007 ---
เป็นหนังที่ทำได้ดีมากๆ ทั้งตัวมนุษย์ต่างดาวที่มีเพียงแค่ 3 ขาเหมือนของจริงมากๆ สมแล้วที่พวกเรารอคอย
    
---ตุลาชัย ไวโย, r_00711904@hotmail.com, 01/10/2007 ---
ดาโกต้าเล่นได้ดีมากๆๆ ชอบอยู่คนเดียว เก่งมากๆเลยค่ะ
    
---ppp, ..., 05/10/2007 ---
Review or Comment on this DVD
|